สารจากประธานกรรมการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ และในนามส่วนตัว ผมมีความยินดีที่ได้มาให้การต้อนรับท่านผู้ถือหุ้นที่มาเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัทฯ ในครั้งนี้ ผมมีความยินดียิ่งขึ้นอีกที่จะรายงานให้ท่านผู้ถือหุ้นทราบว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ สำหรับปี 2560 ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจอีกปีหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับเศรษฐกิจไทยในปี 2560 ที่มีการขยายตัวในอัตราที่ดีขึ้นกว่าปีก่อน (GDP growth ปี 2559: 3.3%, ปี 2560: 3.9%) โดยในปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 16,073 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.1 จากปีก่อน ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทฯ มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และรายได้จากการขายและบริการของสาขาเดิมทั้งแบรนด์เอ็มเค สุกี้ และแบรนด์อาหารญี่ปุ่นยาโยอิที่เพิ่มขึ้น กำไรสุทธิสำหรับปี 2560 ก็ได้เพิ่มขึ้นเป็น 2,425 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.5 จากปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นที่สูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการ ทั้งนี้เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการและการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ส่วนกำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัทฯ ก็ได้เพิ่มขึ้นจาก 2.30 บาทต่อหุ้นสำหรับปี 2559 เป็น 2.65 บาทต่อหุ้นสำหรับปี 2560 จากผลการดำเนินงานที่มีกำไรที่น่าพอใจตามที่กล่าวมาข้างต้นและฐานะการเงินที่มั่นคง คณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติเห็นควรเสนอให้จ่ายเงินปันผลทั้งปีในอัตราหุ้นละ 2.30 บาท (ปี 2559: 2.10 บาท) โดยที่บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 1.10 บาท ดังนั้น หากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ เสนอมาในครั้งนี้ บริษัทฯ ก็จะดำเนินการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 1.20 บาท ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 นี้



นายฤทธิ์ ธีระโกเมน
ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ในปี 2560 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีการพัฒนาที่สำคัญในด้านต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของบริษัทฯ ในอนาคต ซึ่งได้แก่

  1. ดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ในการพัฒนาทีมผู้บริหารเพื่อสืบทอดการบริหารงานของบริษัทฯ ในรุ่นต่อไป
  2. เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานด้วยการติดตั้งระบบปฏิบัติการ ERP (Enterprise Resource Planning) เพื่อเป็นแกนกลางในการเชื่อมโยงระบบงานต่างๆ เข้าด้วยกัน
  3. เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ลูกค้าด้วยการพัฒนา Mobile Application เพื่อให้ลูกค้าสามารถจองโต๊ะหรือจองคิวผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Device) รวมทั้งสามารถใช้ Application ดังกล่าวในการเผยแพร่กิจกรรมทางด้านการตลาดของบริษัทฯ
  4. การลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อผลิตสินค้าที่มีปริมาณการขายเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการลดต้นทุนในระยะยาว ตลอดจนการปรับปรุงคุณภาพของสินค้าให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ริเริ่มการเปิดสาขาในแนวคิดใหม่ที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของศูนย์การค้า และประเภทของลูกค้าในบริเวณที่สาขาตั้งอยู่ โดยการเปิดสาขา MK Live แห่งแรกที่ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ในเดือนมีนาคม 2560 ซึ่งปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างดียิ่ง จึงได้เปิดสาขา MK Live แห่งที่สองที่ห้างสรรพสินค้าเมกา บางนา ในเดือนธันวาคม 2560 และมีแผนการที่จะเปิดสาขา MK Live อีกหลายแห่งในปี 2561

" ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ สำหรับปี 2560 ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจอีกปีหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับเศรษฐกิจไทยในปี 2560 ที่มีการขยายตัวในอัตราที่ดีขึ้นกว่าปีก่อน (GDP growth ปี 2559: 3.3%, ปี 2560:3.9%) โดยในปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 16,073 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.1 จากปีก่อน "


เมื่อมองไปในปี 2561 ตัวเลขเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่ปรากฏออกมาในต้นปีแสดงสัญญาณการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้นต่อเนื่อง เช่น การส่งออกของไทยในเดือนมกราคม ขยายตัวสูงสุดในรอบ 62 เดือน ที่อัตราร้อยละ 17.6 ดัชนีความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมเดือนมกราคม 2561 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 91.0 ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่สามและเป็นระดับสูงสุดในรอบ 36 เดือน ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมกราคม2561 ก็ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 80.0 ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่หก และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 36 เดือน นอกจากนี้ องค์กรและหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับเกี่ยวกับการวิเคราะห์และประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจต่างคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2561 จะขยายตัวได้ในอัตราที่ไม่ต่ำกว่าปี 2560 โดยที่ธุรกิจของบริษัทฯ มีความเชื่อมโยงกับภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด ดังนั้น เราจึงมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ สำหรับปี 2561 และค่อนข้างมั่นใจว่าบริษัทฯ จะสามารถบรรลุถึงเป้าหมายการดำเนินงานสำหรับปี 2561 ที่มุ่งหวังไว้ในระดับที่มีความท้าทายที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เราจะไม่ชะล่าใจและจะยังคงตั้งอยู่ในความระมัดระวังและไม่ประมาทโดยการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อเผชิญกับความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตและส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

ท้ายที่สุดนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ผมใคร่ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้นพนักงาน คู่ค้า และลูกค้าที่ได้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินงานของ บริษัทฯ ด้วยดีตลอดมา และผมขอถือโอกาสนี้ยืนยันว่าบริษัทฯ จะยึดมั่นในการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี มีความโปร่งใสมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง