สารจากประธานกรรมการ



นายฤทธิ์ ธีระโกเมน
ประธานกรรมการ

ในปี 2558 แม้ว่าเศรษฐกิจไทย (GDP) ขยายตัวได้ร้อยละประมาณ 2.8 เปรียบเทียบกับการขยายตัวร้อยละ 0.9 ในปีก่อน แต่ปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยตรงยังมีอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน ปัจจัยลบที่สำคัญคือกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังมีความอ่อนแออันเนื่องจากหนี้ภาคครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ปัญหาภัยแล้ง และราคาสินค้าพืชไร่ที่ตกต่ำ
ดังจะเห็นได้จากตลาดโดยรวมของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในระยะเวลา 11 เดือน ปี 2558 เติบโตได้เพียงร้อยละ 0.4 ซึ่งเป็นการขยายตัวลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่สองติดต่อกันจากปี 2557 ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขยายตัวได้ร้อยละ 5-9 ต่อปี ภายใต้สถานการณ์กำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอตามที่กล่าวมานั้น การแข่งขันในธุรกิจภัตตาคารยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคาด้วยวิธีการโฆษณาและส่งเสริมการขายที่เข้มข้นยิ่งขึ้น รวมทั้งการลดราคาขายอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งหากยอดขายไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ ก็จะส่งผลกระทบในเชิงลบต่อผลการดำเนินงานในที่สุด
ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ สำหรับปี 2558 ก็ได้รับผลกระทบในเชิงลบจากปัจจัยลบตามที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยภายนอกที่อยู่เหนือการควบคุมของบริษัทฯ เพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยลบดังกล่าว บริษัทฯ จึงได้ดำเนินมาตรการที่เน้นหนักไปทางด้านการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างใกล้ชิดและเข้มงวดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่บริษัทฯ สามารถควบคุมได้และมีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ เช่น ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายพนักงาน เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้มีการควบคุมงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านโฆษณาและส่งเสริมการขายอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน เพื่อให้มั่นใจว่างบโฆษณาและส่งเสริมการขาย รวมทั้งงบการจัด Campaign ต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายที่เสนอขออนุมัตินั้นมีความเป็นไปได้สูงที่จะได้ผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้การดำเนินมาตรการเหล่านี้นับว่าเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง

โดยในปี 2558 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 14,478 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย คิดเป็นร้อยละ 0.1 และมีรายได้รวมเท่ากับ 14,923 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 0.2 ซึ่งส่วนใหญ่เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง ส่วนกำไรสุทธิของบริษัทฯ สำหรับปี 2558 นั้นเท่ากับ 1,856 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนคิดเป็นร้อยละ 9.1 ซึ่งส่วนใหญ่เนื่องจากค่าใช้จ่ายคงที่ที่เพิ่มสูงขึ้น คือ ค่าเช่า และค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินถาวรและค่าตัดจำหน่าย

แม้ว่าการดำเนินธุรกิจภัตตาคารต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นในปี 2558 อันเนื่องจากปัจจัยลบและการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นตามที่กล่าวข้างต้น แต่บริษัทฯ ก็ยังมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเพื่อการเติบโตของบริษัทฯ ในระยะยาว โดยได้เปิดสาขาใหม่รวมทั้งสิ้น 41 สาขา เป็นร้านอาหารสุกี้ MK 16 สาขา ร้านอาหารญี่ปุ่น Yayoi 12 สาขา ร้านอาหารญี่ปุ่นประเภท Teppanyaki ภายใต้แบรนด์ Miyazaki 10 สาขา ร้านอาหารไทย “เลอ สยาม” 1 สาขา และร้านอาหารแบรนด์อื่นอีก 2 สาขา อย่างไรก็ตาม ในปี 2558 บริษัทฯ ได้ปิดสาขาไป 6 สาขา โดยในจำนวนนี้มี 3 สาขาที่ปิดเพราะมีผลการดำเนินงานที่ขาดทุนและประเมินว่ามีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะฟื้นตัวดีขึ้นในอนาคต ส่วนอีก 3 สาขาที่ปิดเพราะสาเหตุอื่น ดังนั้น เมื่อสิ้นปี 2558 บริษัทฯ มีสาขาร้านอาหารที่ดำเนินการอยู่ในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 592 สาขา แยกเป็นร้านอาหารสุกี้ MK และ MK Gold 413 สาขา และ 6 สาขา ตามลำดับ ร้านอาหารญี่ปุ่น Yayoi 140 สาขา ร้านอาหารญี่ปุ่น Miyazaki 22 สาขา ร้านอาหารไทยภายใต้ชื่อ “ณ สยาม” และ “เลอ สยาม” 5 สาขา และร้านอาหารภายใต้แบรนด์อื่น ๆ อีก 6 สาขา

“เนื่องจากผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ตามงบการเงินรวมสำหรับปี 2558 ปรากฏมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,856 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 2.04 บาท ประกอบกับบริษัทฯ มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและสภาพคล่องทางการเงินก็อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง คณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติเห็นสมควรเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 เพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตราหุ้นละ 1.00 บาท และโดยที่บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2558 ในอัตราหุ้นละ 0.90 บาท ดังนั้น เงินปันผลทั้งปีที่จ่ายจะเท่ากับ 1.90 บาทต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 93 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม”

มองไปในปีวอก 2559 แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2559 จะขยายตัวในอัตราร้อยละ 3.5 และ 3.3 ตามลำดับ โดยมาจากการใช้จ่ายและการลงทุนในโครงการพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ และภาคการท่องเที่ยวที่ยังมีศักยภาพที่จะเติบโตต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทฯ ก็ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังคงไม่สามารถฟื้นตัวได้อันเนื่องจากหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ปัญหาภัยแล้งที่ลากยาวข้ามปี และราคาสินค้าเกษตรจะยังคงถูกกดดันให้อยู่ในระดับต่ำจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ตกต่ำต่อเนื่องในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม จากรากฐานที่มั่นคงเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งซึ่งบริษัทฯ ได้สร้างขึ้นในระยะเวลาที่ผ่านมาเพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว ประกอบกับแบรนด์ “MK” ที่แข็งแกร่ง และทีมผู้บริหารที่มีความสามารถ ประสบการณ์ และความมุ่งมั่น ทุ่มเท และไม่ท้อแท้ต่อความยากลำบากขึ้นและนำพาบริษัทฯ ไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างแน่นอนในปี 2559

ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ผมขอถือโอกาสนี้ขอบคุณด้วยความจริงใจต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ซึ่งรวมทั้งผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า และพนักงานทุกคนที่ได้ให้ความไว้วางใจ ความเชื่อมั่นและสนับสนุนแก่บริษัทฯ ด้วยดีตลอดมาบริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะร่วมเดินทางไปพร้อมกับเราเพื่อสร้างความสำเร็จให้ดียิ่งขึ้นต่อไปอีกในอนาคต