ประวัติความเป็นมาของบริษัท

ประวัติความเป็นมา การเปลี่ยนแปลง และพัฒนาการที่สำคัญ

ร้านเอ็มเค สุกี้ ได้เปิดสาขาแรกภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ในปี 2529 ซึ่งในขณะนั้น ร้านอาหารรูปแบบสุกี้ยากี้ยังไม่แพร่หลาย แต่ภายหลังการเปิดสาขาแรก ร้านเอ็มเค สุกี้ ได้รับความนิยมและการตอบรับอย่างแพร่หลายจากลูกค้าจำนวนมาก ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ได้มีการนำการบริหารจัดการและการตลาดสมัยใหม่มาดำเนินกิจการและเริ่มมีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง

บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2532 มีทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 1,000,000 บาท เพื่อดำเนินธุรกิจหลักคือร้านอาหารประเภทสุกี้ยากี้ นอกจากการประกอบธุรกิจบริการอาหารประเภทสุกี้ยากี้แล้ว ยังดำเนินกิจการร้านอาหารญี่ปุ่นภายใต้ชื่อและเครื่องหมายการค้า "ยาโยอิ" ซึ่งเริ่มดำเนินการในปี 2549 ร้านอาหารญี่ปุ่นภายใต้ชื่อและเครื่องหมายการค้า "ฮากาตะ" และ "มิยาซากิ" ซึ่งทั้ง 2 แบรนด์ดังกล่าว เริ่มดำเนินการในเดือนตุลาคม 2555 ร้านอาหารไทยภายใต้ชื่อและเครื่องหมายการค้า "ณ สยาม" และ "เลอ สยาม" และร้านกาแฟ/เบเกอรี่ ภายใต้ชื่อและเครื่องหมายการค้า "เลอ เพอทิท" รวมถึงการดำเนินธุรกิจสถาบันฝึกอบรมอาชีพเพื่อฝึกอบรมพนักงานในเครือบริษัทฯ ทั้งหมด

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทฯ มีร้านเอ็มเค สุกี้ อยู่ทั้งหมด 419 สาขาทั่วประเทศ (รวมร้านเอ็มเค โกลด์ 6 สาขา) ร้านอาหารญี่ปุ่นฮากาตะ 3 สาขา ร้านมิยาซากิ 22 สาขา ร้านอาหารไทย เลอ สยาม 4 สาขา ร้านอาหารไทย ณ สยาม 1 สาขา และร้านกาแฟ/เบเกอรี่ เลอ เพอทิท 3 สาขา นอกจากนี้ยังมีการขายแฟรนไชส์ร้านเอ็มเค สุกี้ ให้แก่ผู้ประกอบการในต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเวียดนาม ประเทศลาว และจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในการดำเนินธุรกิจร้านอาหารในประเทศสิงคโปร์์

  • ปี 2559
  • ปี 2558
  • ปี 2557
  • ปี 2556
  • ปี 2555
  • ปี 2554
  • ปี 2549

กุมภาพันธ์

ลงนามบันทึกข้อตกลงกับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา
เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 บริษัทฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดยมีวิทยาลัยอาชีวศึกษา 24 แห่งเข้าร่วมโครงการร่วมจัดการศึกษาอาชีวศึกษา เพื่อพัฒนากำลังคนให้มีความรู้ความสามารถ และทักษะในการประกอบอาชีพ รวมถึงเปิดโอกาสให้เข้าฝึกงานในร้านสาขาของบริษัทฯ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะจากประสบการณ์จริง

พฤษภาคม

ได้รับรางวัล "แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1" จากนิตยสารมาร์เก็ตเธียร์
เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 บริษัทฯ ได้รับรางวัล "No.1 Brand Thailand 2015-2016" ในฐานะ แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 สาขาภัตตาคาร จากนิตยสารมาร์เก็ตเธียร์

มิถุนายน

โครงการ MK ปลอดภัยไร้ผงชูรส
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2559 บริษัทฯ ได้ลงนามข้อตกลงร่วมกับสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรมเข้าร่วม "โครงการ MK ปลอดภัยไร้ผงชูรส"

กรกฎาคม

ได้รับรางวัล "ผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมของประเทศไทย"
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2559 บริษัทฯ ได้รับรางวัล "ผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมของประเทศไทย" จากสำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม

เปิดสาขาใหม่ ในประเทศเวียดนาม
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2559 เปิดร้าน เอ็มเค สุกี้ สาขาที่ 5 ที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม

ตุลาคม

เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 914,849,400 บาท
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2559 บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วจาก 910,249,500 บาท เป็น 914,849,400 บาท โดยออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 4,599,900 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จากการใช้สิทธิจากใบสำคัญแสดงสิทธิ ESOP (M-WA) ของพนักงานและผู้บริหารของบริษัทฯ

  • ทำสัญญาแฟรนไชส์ ร้านอาหารเอ็มเค สุกี้ ในประเทศลาว 26 มีนาคม 2558 บริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญาแฟรนไชส์เพื่อให้สิทธิในการดำเนินงานร้านอาหารเอ็มเค สุกี้ ในประเทศลาว แก่ Premium Food Co., Ltd.
  • เปิด Community Food Mall ภายใต้ชื่อ "London Street" 28 มีนาคม 2558 บริษัทฯ ได้เปิดดำเนินการ Community Food Mall ภายใต้ชื่อ "London Street" โดยมีร้านอาหารในเครือขงบริษัทฯ 5 ร้าน ประกอบด้วยร้าน "เอ็มเค สุกี้" ร้านอาหารญี่ปุ่น "ยาโยอิ" ร้านเทปปันยากิ "มิยาซากิ" ร้านอาหารไทย "เลอ สยาม" และร้านกาแฟและเบเกอรี่ "เลอ เพอทิท"
  • ได้รางวัล "บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2558" จากวารสารการเงินธนาคาร 17 มิถุนายน 2558 บริษัทฯ ได้รับรางวัล "บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2558 กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร" ในงาน "Money & Banking Awards 2015" จากวารสารการเงินธนาคาร
  • จัดตั้งบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจในการผลิตอาหารเพื่อจำหน่าย 11 สิงหาคม 2558 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้จัดตั้งบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด ("บริษัทย่อย") เพื่อดำเนินธุรกิจในการผลิตอาหารเพื่อจำหน่าย โดยมีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 10 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 100 ในบริษัทย่อยแห่งใหม่
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 907,084,600 บาท เป็น 910,249,500 บาท 9 ตุลาคม 2558 บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วจาก 907,084,600 บาท เป็น 910,249,500 บาท โดยออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 3,164,900 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จากการใช้สิทธิจากใบสำคัญแสดงสิทธิ ESOP (M-WA) ของพนักงานและผู้บริหารของบริษัทฯ
  • รับรางวัล "ASEAN Excellent Enterprise & Businessman" และรางวัล "ASEAN Admired Brand" 27 พฤศจิกายน 2558 บริษัทฯ ได้รับรางวัล "ASEAN Excellent Enterprise & Businessman" และรางวัล "ASEAN Admired Brand" จาก Vietnam Quality Association of Ho Chi Minh City
  • เปิดร้าน เอ็มเค สุกี้ และมิยาซากิแห่งแรกที่เมื่อเวียงจันทน์ 16 ธันวาคม 2558 เปิดร้านเอ็มเค สุกี้ และร้านมิยาซากิ เทปปันยากิแห่งแรกที่เมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว
  • ในเดือนมีนาคม 2557 บริษัทฯ ได้เปิดดำเนินการครัวกลางแห่งใหม่ ตั้งอยู่บน ถ. บางนา-ตราด กม.21 ต. บางโฉลง อ. บางพลี จ. สมุทรปราการ (ครัวกลางบางนา-CK5) พื้นที่ใช้สอย 18,000 ตาราเมตร
  • เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2557 ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการลงทุนเพิ่มในบริษัท เอ็ม เค อินเตอร์ฟู้ด จำกัด จากทุนจดทะเบียนเดิม 150 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 400 ล้านบาท (หุ้นสามัญ 40 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท) โดยออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 25 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท
  • ในเดือนกรกฎาคม 2557 บริษัทฯ ได้รับรางวัลบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2557 ในงาน "Money & Banking Awards 2014" จากวารสารการเงินธนาคาร
  • เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2557 บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วจาก 905,850,000 บาท เป็น 907,081,100 บาท โดยออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 1,231,100 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จากการใช้สิทธิจากใบสำคัญแสดงสิทธิ ESOP (M-WA) ของพนักงานและผู้บริหารของบริษัทฯ
  • ในเดือนพฤศจิกายน 2557 บริษัทฯ ได้รับรางวัล "The Most Powerful Chained Restaurant Brand of Thailand" จากการสำรวจผู้บริโภคจำนวน 12,000 คน โดยคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ในเดือนพฤศจิกายน 2557 บริษัทฯ ได้รับรางวัล "Entrepreneur of the Year" ในงาน "Asia Pacific Entrepreneurship Awards 2014" จัดโดย บริษัท Enterprise Asia จำกัด
  • บริษัทฯ ก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ตั้งอยู่ที่ถนนบางนา-ตราด กม.ที่ 2.5 และได้เริ่มย้ายการดำเนินงานและพนักงานบางส่วนไปยังสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ในเดือนมิถุนายน 2556 และย้ายพนักงานครบทุกส่วนงานในเดือนธันวาคม 2556
  • ในระหว่างวันที่ 5 - 7 สิงหาคม 2556 บริษัทฯ ได้เสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชน ทั่วไปเป็นครั้งแรกจำ นวน 185,850,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ในราคาเสนอขาย หุ้นละ 49 บาท โดยบริษัทฯ ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนที่ออกจำ หน่ายและชำระแล้ว จากจำนวน 720,000,000 บาท (หุ้นสามัญ 720,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) เป็นจำนวน 905,850,000 บาท (หุ้นสามัญ 905,850,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท) กับกระทรวงพาณิชย์เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2556 และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้รับหุ้นสามัญจำนวน 905,850,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนและเริ่มทำการซื้อขายได้ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2556 ในการออกจำหน่ายหุ้น สามัญเพิ่มทุนดังกล่าว บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหุ้นดังกล่าว เป็นจำนวน 135.8 ล้านบาท (สุทธิจากภาษีเงินได้ 33.9 ล้านบาท) ซึ่งบริษัทฯ แสดงเป็นรายการหักจากส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญ
  • เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2556 บริษัทฯ ได้จัดสรรและออกใบสำคัญแสดงสิทธิ ที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ (โครงการ "ESOP" หรือ "M-WA") จำนวน 20,000,000 หน่วย โดยไม่คิดมูลค่า ให้แก่ผู้บริหาร รวมถึงผู้บริหารซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการและพนักงานของบริษัทฯ และ/หรือบริษัทย่อย อายุของใบสำคัญ แสดงสิทธิไม่เกิน 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2556 ใบสำคัญแสดงสิทธิ สามารถที่จะใช้สิทธิในการซื้อหุ้นสามัญ ที่ออกใหม่ของบริษัทฯ ได้รวม 17 ครั้ง โดยสามารถใช้สิทธิครั้งแรกได้เมื่อครบ ระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่บริษัทฯ ได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ ซึ่งวันใช้สิทธิ ครั้งแรกตรงกับวันที่ 30 กันยายน 2557 สำหรับการใช้สิทธิครั้งต่อๆ ไปตรงกับ วันทำการสุดท้ายของเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม ยกเว้น วันใช้สิทธิครั้งที่ 17 (วันใช้สิทธิครั้งสุดท้าย) ซึ่งตรงกับวันที่ 6 สิงหาคม 2561
  • วันที่ 3 มกราคม 2556 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2556 ได้มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจำนวน 205,850,000 หุ้น ทำให้บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนเป็น 925,850,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 925,850,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท โดยเป็นทุนชำระแล้วจำนวน 720,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 720,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้จัดสรรหุ้นสามัญใหม่จำนวน 205,850,000 หุ้นดังกล่าว โดยเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (Initial Public Offering) จำนวน 185,850,000 หุ้น และเพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะออกให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ และ/หรือบริษัทย่อย จำนวน 20,000,000 หุ้น บริษัทฯ ได้จดทะเบียนการเพิ่มทุนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2556
  • ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556 ได้มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนของ Plenus & MK. Pte. Ltd. ประเทศสิงคโปร์ ในส่วนของบริษัทฯจำนวน 3,500,000 เหรียญสิงคโปร์ โดยชำระเงินเพิ่มทุนในเดือนมีนาคม 2556 ทำให้ Plenus & MK Pte. Ltd. มีทุนจดทะเบียนทั้งหมด 12,500,000 เหรียญสิงคโปร์ บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 50 คิดเป็นเงินลงทุน 6,250,000 เหรียญสิงคโปร์
  • บริษัทฯ ก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ตั้งอยู่ที่ถนนบางนา-ตราด กม.ที่ 2.5 และได้เริ่มย้ายการดำเนินงานและพนักงานบางส่วนไปยังสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ในเดือนมิถุนายน 2556
  • เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2555 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ มีมติพิเศษอนุมัติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 410.4 ล้านบาท (หุ้นสามัญ 41.04 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท) เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 414.5 ล้านบาท (หุ้นสามัญ 41.45 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท) เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน บริษัทฯ ได้จดทะเบียนเพิ่มทุนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์แล้วเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2555
  • เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2555 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 3/2555 พิจารณาและอนุมัติให้บริษัทฯ แปรสภาพจากบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็น บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2555
  • วันที่ 18 กันยายน 2555 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2555 ได้พิจารณาและอนุมัติการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นสามัญของบริษัทฯ จากเดิมมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท เป็นมูลค่าหุ้นละ 1 บาท และอนุมัติการเพิ่มทุนจำนวน 305.5 ล้านบาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน ทำให้ทุน จดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ มีจำนวน 720 ล้านบาท บริษัทฯ ได้จดทะเบียนเพิ่มทุนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์แล้วเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2555
  • เข้าทำสัญญาแฟรนไชส์เพื่อรับสิทธิในการดำเนินงานร้านอาหารญี่ปุ่นเท็นจินเทปปันยากิ (เท็นจิน) จาก Gozouroppu Co.,Ltd. ประเทศญี่ปุ่น
  • เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554 บริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญาจัดตั้งบริษัทร่วมทุน Plenus & MK Pte. Ltd. ในประเทศสิงคโปร์ ร่วมกับ Plenus Co.,Ltd. ประเทศญี่ปุ่น เพื่อดำเนินธุรกิจร้านอาหารภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ และของ Plenus Co.,Ltd. โดยบริษัทที่จัดตั้งนี้มีทุนจดทะเบียน 5,500,000 เหรียญสิงคโปร์ บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 50 คิดเป็นเงินลงทุน 2,750,000 เหรียญสิงคโปร์
  • เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2554 ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทฯ มีมติอนุมัติการเข้าซื้อหุ้นสามัญของMKI และ MKST จาก MKWW เพื่อปรับโครงสร้างกลุ่มเพื่อให้ธุรกิจร้านอาหารทั้งหมดและธุรกิจฝึกอบรมงานบริการอยู่ภายใต้บริษัทเดียวกัน โดยได้ลงนามในสัญญาจะซื้อจะขายหุ้นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2554 ซึ่งการถือหุ้นสามัญข้างต้นถือเป็นการรวมธุรกิจภายใต้การควบคุมเดียวกัน โดยมูลค่าเงินลงทุนจำนวนรวมเท่ากับ 101 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าสุทธิตามบัญชี ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2554 ของทั้งสองบริษัท โดยบริษัทฯ ได้จ่ายชำระเงินลงทุนดังกล่าวเต็มจำนวนเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2554
  • ในเดือนตุลาคม 2554 ครัวกลางนวนคร (CK3) จ.พระนครศรีอยุธยา ประสบกับปัญหาน้ำท่วมทำให้ต้องปิดดำเนินการชั่วคราวและย้ายฐานการผลิตบางส่วนมาที่ครัวกลางบางนา (CK4) จ.สมุทรปราการ
  • เข้าทำสัญญาแฟรนไชส์เพื่อรับสิทธิในการดำเนินงานร้านอาหารญี่ปุ่นภายใต้เครื่องหมายการค้าและบริการ "ยาโยอิ" จาก Plenus Co.,Ltd.